The Story of Wakayama Umeshu
- jinnysales
- Mar 17
- 4 min read
Updated: Mar 27
ภาษาไทยเลื่อนลงไปด้านล่างนะคะ :)
"Umeshu" is a plum liqueur that has been enjoyed in Japan for centuries. It is a very familiar liqueur in Japan, often made at home. Particularly. Wakayama Prefecture has come to be known as the production center of Umeshu. Here is why
Umeshu Celebrated since the Edo Period
Since ancient times, Japanese people have associated Ume blossom with the arrival of spring. The blossom have been beloved in Japan throughout history, as evidence by the "Manyoshu", Japan's oldest anthology of poetry, containing many waka poems to celebrate their beauty. Yet, the aesthetic appeal is not the only reason why Ume is so valued. Ume fruit contains many nutrients that support good health and has been used widely for centuries.
Ume fruit resembles apricots and peaches. Although it looks delicious as it is, it cannot be eaten raw. That is why Japanese people have developed various ways to process Ume, including drying, pickling and boiling. Some examples of processed Ume foods are Umeboshi, Umeshu, Ume syrup and jams.
Umeshu is a liqueur made by soaking Ume fruits in sugar and strong alcohol, allowing the fruit extract to infuse into the liquor slowly. There are no official records of the origin of Umeshu, and it is unknown when Umeshu was first consumed in Japan. However,
"Honcho Shokkan" written in 1697 during the early Edo period, records what is considered the prototype of Umeshu. It mentions a drink made by soaking Ume in aged Sake and white sugar. The book also describes the medicinal properties of Umeshu, stating that it eliminates phlegm, quenches thrist, improves appetite, relieves sore throasts, and combats posion.

As sugar was expensive at that time, it is believed that Umeshu was a luxury item consumed primarily by the upper classes. In the late Edo period, Ume-based foods like Umeboshi and Umeshu became popular. According to agricultural texts from that period, making Umeshu was a popular sude job for farmers.
Subsequently, Umeshu became commonly homemade drink. Even after the Liquor Brewing Tax Law in 1899 that banned home production of alcohol, people continued to secretyly enjoy making Umeshu at home. In 1962, the Liquor Tax Act was revised to legalize homemade Umeshu, Umeshu prompting many ordinary families to begin making Umeshu by themselves. This ked to a boom in fruit liqueurs, including Umeshu, becoming extremely popu;ar in Japan, resulting in Umeshu further gaining familiarity among Japanese people.
Exploring Minabe, Wakayama – The Land of Plums with Jinny Pramplum (A Teaser Version)
Traveling to Wakayama is easier than you might think! This prefecture is right next to Osaka and close to Kansai Airport, with direct flights from Bangkok taking only 5-6 hours. If you want to see plums, the best time to visit is from mid-May to late June. This period has a warm and humid climate, but the nights are pleasantly cool.
During this season, many farms might not be open for visits as farmers are particularly busy with the harvest.
🍑 Ume-Related Attractions You Can Visit
UMT Umeta Plum Museum
Offers workshops on making Umeshu (plum wine) and Umeboshi (pickled plums).
There is also an exhibition zone where you can watch the Umeboshi-making process.
All workshops require advance reservations, except for the exhibition zone Website Google Maps
National Ume (Plum) Museum
The largest museum in Japan dedicated to the history and culture of plums.
Open from 9:00 AM to 4:30 PM, closed on Tuesdays. Website Google Maps
Takada Kaen Farm – The World’s First Nanko Plum Farm
Plum blossom viewing: Only in February.
Plum picking: Available only from June 5-20.
Workshops on Ume Syrup and Umeboshi: Available in all seasons.
All activities require advance reservations. Website
🥃 Bar & Nightlife
Bar Tramp
The only bar in Minabe where the owner crafts everything himself.
Offers a wide selection of whiskey, while cocktails are limited to classic ones.
Occasionally closed when the owner goes fishing, as he is also a fisherman.
It’s best to check in advance via Instagram: bar_tramp (Daisuke Abe-san).Google Maps
🛏️ Hotels in Minabe
If you wish to stay overnight in Minabe, there are only two hotels available:
Asahiro Hotel
Located near Bar Tramp.
Offers breakfast and an onsen (hot spring).Google Maps
Kishu Minabe
🚆 How to Get to Minabe from Kansai Airport, Osaka
By Train
From Kansai Airport Station to Minabe Station
You can buy a single ticket or use the Kansai Pass.
Check train schedules and fares here: West JR
The journey takes about 1 hour 55 minutes via the Kansai Airport Line, transferring to the Kuroshio Line at Hineno Station.
By Rental Car
Renting a car is the most convenient way to explore Minabe and its surroundings.
Car rentals are available at Kansai Airport: Car Rental Services
The drive from Kansai Airport to Minabe takes about 1 hour 5 minutes.
ประวัติ เรื่องราวอุเมะชู จังหวัดวากายามะ อุเมะชู (Umeshu) เป็นเหล้าบ๊วยที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่นมาเป็นเวลาหลายศตวรรษ และเป็นเหล้าที่คนญี่ปุ่นคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี มักทำกันเองตามบ้าน โดยเฉพาะจังหวัดวากายามะซึ่งเป็นแหล่งผลิตอุเมะชูที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่น
อุเมะชู: เครื่องดื่มที่ได้รับการเฉลิมฉลองตั้งแต่ยุคเอโดะ
ตั้งแต่สมัยโบราณ คนญี่ปุ่นเชื่อมโยงดอกบ๊วย (Ume) กับการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิ ดอกบ๊วยได้รับความนิยมตลอดประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น ดังที่เห็นได้จาก มันโยชู (Manyoshu) ซึ่งเป็นหนังสือรวมบทกวีที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นซึ่งมีบทกวีวากะจำนวนมากที่เฉลิมฉลองความงามของดอกบ๊วย
อย่างไรก็ตาม ความงดงามทางสุนทรียะไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้อุเมะมีคุณค่าในญี่ปุ่น ลูกบ๊วยอุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพและถูกนำมาใช้ในญี่ปุ่นมาเป็นเวลาหลายศตวรรษ ผลบ๊วยมีลักษณะคล้ายแอปริคอตและพีช แม้ว่าจะดูน่ารับประทาน แต่ไม่สามารถรับประทานสดได้ ด้วยเหตุนี้ คนญี่ปุ่นจึงพัฒนาวิธีการแปรรูปบ๊วยในรูปแบบต่างๆ เช่น การตากแห้ง การดอง และการต้ม ตัวอย่างของผลิตภัณฑ์จากบ๊วย ได้แก่ อุเมะโบชิ (Umeboshi), อุเมะชู (Umeshu), น้ำเชื่อมบ๊วย และแยม
ประวัติศาสตร์ของอุเมะชู
อุเมะชูเป็นเหล้าลิเคียวร์ที่ทำโดยการแช่ผลบ๊วยในน้ำตาลและแอลกอฮอล์ ปล่อยให้สารสกัดจากผลบ๊วยค่อยๆ ซึมเข้าผสมกับแอลกอฮอล์ แม้ว่าจะไม่มีบันทึกที่แน่ชัดเกี่ยวกับต้นกำเนิดของอุเมะชู และไม่ทราบแน่ชัดว่าคนญี่ปุ่นเริ่มดื่มอุเมะชูเมื่อใด แต่มีการกล่าวถึงเครื่องดื่มที่คล้ายกับอุเมะชูในหนังสือบันทึก
ฮงโจโชคคัง (Honcho Shokkan) ซึ่งเขียนขึ้นในปี ค.ศ. 1697 (สมัยเอโดะตอนต้น) โดยกล่าวถึงเครื่องดื่มที่ทำจากบ๊วยแช่ในเอจสาเกและน้ำตาล
นอกจากนี้ หนังสือดังกล่าวยังบรรยายถึงคุณสมบัติทางยาโดยระบุว่าอุเมะชูช่วยขับเสมหะ ดับกระหาย เพิ่มความอยากอาหาร บรรเทาอาการเจ็บคอ และช่วยต่อต้านพิษต่างๆ เนื่องจากในอดีตน้ำตาลมีราคาแพง เชื่อกันว่าอุเมะชูเป็นเครื่องดื่มหรูหราที่บริโภคโดยชนชั้นสูงเป็นหลัก
การแพร่หลายของอุเมะชูในยุคต่อมา
ในช่วงปลายยุคเอโดะ อาหารที่ทำจากบ๊วย เช่น อุเมะโบชิและอุเมะชู ได้รับความนิยมมากขึ้น จากบันทึกทางการเกษตรในช่วงเวลานั้น การทำอุเมะชูกลายเป็นอาชีพเสริมของเกษตรกร
ต่อมา อุเมะชูกลายเป็นเครื่องดื่มที่นิยมทำเองที่บ้าน แม้ว่ากฎหมายว่าด้วยภาษีสุราในปี 1899 จะห้ามการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่บ้าน แต่ผู้คนก็ยังคงลักลอบทำอุเมะชูอยู่เรื่อยมา กระทั่งปี 1962 กฎหมายภาษีสุราถูกแก้ไขให้สามารถผลิตอุเมะชูที่บ้านได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ส่งผลให้ครอบครัวชาวญี่ปุ่นทั่วไปหันมาทำอุเมะชูเองกันมากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายนี้นำไปสู่กระแสนิยมเครื่องดื่มลิเคียวร์จากผลไม้ โดยเฉพาะอุเมะชู ซึ่งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และกลายเป็นเครื่องดื่มที่อยู่คู่กับวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาจนถึงปัจจุบัน
ไปเที่ยวเมืองมินาเบะ วากายามะเมืองแห่งบ๊วยกับ
จินนี่ พรำพลัม (ฉบับบน้ำจิ้ม)

ไปเที่ยวจังหวัดวากายามะไม่ยากอย่างที่คิดเลยค่ะ เพราะจังหวัดวากายามะอยู่ติดกับโอซาก้าและใกล้สนามบินคันไซ บินตรงจากกรุงเทพมาได้เลย เพียง 5-6 ชั่วโมง ถ้าอยากมาดูลูกบ๊วย ช่วงที่แนะนำคือ กลางเดือนพฤษภาคม - ปลายเดือนมิถุนายน เป็นช่วงอากาศร้อนชื้น แต่ก็เย็นสบายในช่วงกลางคืนค่ะ
ช่วงเวลานี้หลายฟาร์มอาจจะปิดไม่ได้ให้เข้าชม เนื่องจาก Farmer จะยุ่งเป็นพิเศษในช่วงเก็บเกี่ยว
🍑 สถานที่ท่องเที่ยวเกี่ยวกับบ๊วยที่เข้าชมได้
พิพิธภัณฑ์บ๊วยอูเมะตะ UMT Umeta มีกิจกรรม Workshop ทำ Umeshu และ Umeboshi และมีโซนชมวิธีการทำ umeboshi ทุกกิจกรรมต้องจองล่วงหน้าเท่านั้นค่ะ ยกเว้นโซนชมวิธีทำ Website
พิพิธภัณฑ์บ๊วยแห่งชาติ Ume Museum รวมประวัติศาสตร์บ๊วยและเรื่องราวเกี่ยวกับบ๊วยของญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เปิด 9.00 - 16.30 ปิดทุกวันอังคาร Website
Takada Kaen Farm ฟาร์มบ๊วยนันโคที่แรกในโลก มีกิจกรรมชมดอกบ๊วย เดือนกุมภาพันธ์เท่านั้น มีกิจกรรมเก็บบ๊วยวันที่ 5 - 20 มิถุนายน เท่านั้น มีกิจกรรม Workshop ทำ Ume Syrup และ Umeboshi (ทุกฤดู) ทุกกิจกรรมต้องจองล่วงหน้าเท่านั้นค่ะ Website
🥃 Bar Nightlife
Bar Tramp บาร์แห่งเดียวในเมืองมินาเบะ ที่ Owner bar ทำเองทุกอย่าง มีเหล้าวิสกี้หลากหลาย ส่วนค็อกเทล มีเฉพาะ คลาสสิคเท่านั้น บางวันก็ปิดหากต้องออกไปหาปลา เพราะเจ้าของบาร์เป็นชาวประมงด้วยค่ะ แนะนำให้ทักไปสอบถามก่อนผ่าน IG : bar_tramp (Daisuke Abe san) Google Maps
🛏️โรงแรมที่พักในเมืองมินาเบะ หากต้องการพักในมินาเบะ มีโรงแรมอยู่ 3 แห่ง ที่แนะนำค่ะ
Asahiro Hotel โรงแรมใกล้ Bar Tramp มีอาหารเช้าและออนเซน Google Maps
Kishu Minabe โรงแรมขนาดใหญ่ ติดทะเล มีร้านอาหารและออนเซน Google Maps
Grand Mercue Wakayama โรงแรมเชนขนาดใหญ่ มีร้านอาหารและออนเซน Google Maps
🚆 วิธีเดินทางจากสนามบินคันไซโอซาก้า
รถไฟ จากสถานีสนามบินคันไซ (Kansai Airport Station) - สถานีมินาเบะ (Minabe Station) ซื้อตั๋วที่สนามบินจะซื้อแบบเที่ยวหรือซื้อแบบ Kansai Pass ก็ได้ทั้งคู่เลยค่ะ เช็คตารางเวลาและค่าโดยสารได้ที่ West JR
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 55 นาที โดยเส้น Kansaikuko Line และเปลี่ยนเป็น Kuroshio Line (เปลี่ยนสายที่สถานี Hineno นะคะ)
เช่ารถยนต์ที่สนามบินคันไซ โอซาก้า วิธีนี้จะเป็นวิธีที่สะดวกที่สุดในการเดินทางเที่ยวรอบๆมินาเบะได้อย่างทั่วถึง สามารถเช่ารถได้ที่ https://www.kansai-airport.or.jp/en/service/traffic/03.html ใช้เวลาในการขับจากสนามบินคันไซ มาที่มินาเบะประมาณ 1 ชั่วโมง 5 นาทีค่ะ
รอบหน้าจะมาเขียนการท่องเที่ยวในมินาเบะแบบจัดเต็ม รอติดตามได้เลยค่ะ
ภาพรวมฉบับน้ำจิ้มจากทริปมินาเบะของจินนี่ รอบหน้าจะมาเขียนละเอียดของแต่ละสถานทีเลยค่ะ
Comentários